แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ news update แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ news update แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

Banking News Daily Update สรุปความเคลื่อนไหวแวดวงการเงินประจำวัน 8 Feb 2017

ภาพรวม
  • ที่ประชุม ครม. รับทราบการเบิกจ่ายในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 (ต.ค. 2559-ม.ค. 2560) รวม 1.105 ล้านล้านบาท คิดเป็น 40.46% ของงบประมาณรวม สูงกว่าเป้าหมาย 3.69% แยกเป็นการเบิกจ่ายงบประจำ 9.95 แสนล้านบาท หรือ 45.56% สูงกว่าเป้าหมาย 6.03% และรายจ่ายเพื่อการลงทุนไม่รวมงบกลางรวม 1.10 แสนล้านบาท หรือ 23.88% ของงบลงทุนรวม แม้จะยังต่ำกว่าเป้าหมาย แต่เป็นอัตราสูงสุดในรอบปี รวมทั้งมีการก่อหนี้ผูกพันไปแล้ว 2.57 แสนล้านบาท หรือ 55.33% ของงบลงทุนทั้งหมด ส่วนกรณีที่มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับเงินคงคลังที่ลดลงเหลือ 7.4 หมื่นล้านบาทนั้น เป็นการลดลงตามวัฏจักรการบริหารเงินคงคลัง ที่ช่วงนี้จะต้องลดลงเนื่องจากรายได้ยังไม่เข้ามา โดยปกติช่วงต้นปีงบประมาณหรือเดือน ต.ค. เงินคงคลังจะสูงที่สุดของปี เพื่อเตรียมไว้ใช้จ่ายระหว่างปี หลังจากนั้นจะขึ้นและลงเป็นวัฏจักร ตามเงินภาษีที่เก็บได้และการเบิกจ่ายของรัฐบาล
  • ครม. เห็นชอบขยายระยะเวลายกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา (Visa) ณ สถานทูตหรือสถานกงสุลไทย และปรับลดค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (VISA on Arrival: VoA) เป็นการชั่วคราว สำหรับ 21 ประเทศ ออกไปอีก 6 เดือน เริ่มตั้งแต่ 1 มี.ค.-31 ส.ค. 2560 จากที่มาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดในวันที่ 28 ก.พ. 2560 ซึ่งประเมินว่าจะขาดรายได้รวมเป็นเงินกว่า 7.5 พันล้านบาท  

เศรษฐกิจโลก
  • ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีน ลดลงต่ำสุดในรอบ 6 ปี มาที่ 2.99 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ในเดือน ม.ค. 2560 หลังเกิดกระแสเงินทุนไหลออก แต่ยังเป็นเงินสำรองเงินตราต่างประเทศสูงที่สุดในโลก ทั้งนี้ ธนาคารกลางของจีน (พีบีโอซี) ใช้จ่ายเงินสำรองเพื่อค้ำอัตราแลกเปลี่ยนของเงินหยวน หลังมีการคาดการณ์ว่าจะอ่อนค่าลง ทำให้บริษัทต่างๆ และนักลงทุนรายย่อย เคลื่อนย้ายเงินออกนอกประเทศ ส่งผลให้จีนเพิ่มความเข้มงวดในโครงการลงทุนของต่างประเทศ พร้อมทั้งสั่งห้ามนักลงทุนเอกชนทำกิจกรรมบางอย่าง  
  • คณะกรรมการสุขภาพและการวางแผนครอบครัวแห่งชาติจีน คาดการณ์ว่า จำนวนประชากรในประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,420 ล้านคนภายในปี 2563 จาก ณ สิ้นปี 2558 อยู่ที่ประมาณ 1,370 ล้านคน อัตราการการเพิ่มของประชากรตามธรรมชาติในแต่ละปีจะอยู่ที่ประมาณ 6 ต่อ 1,000 คน ก่อนหน้านี้ จีนบรรลุเป้าหมายวางแผนครอบครัวระยะ 5 ปีระหว่างปี 2554-2558 โดยสามารถคงอัตราการเติบโตของประชากรได้อยู่ที่ 5 ต่อ 1,000 คน
  • กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานตัวเลขการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ในเดือน ธ.ค. ลดลง 3.2% สู่ระดับ 4.43 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการลดลงมากกว่าที่คาด เนื่องจากการส่งออกเพิ่มขึ้น 2.7% สู่ระดับ 1.907 แสนล้านดอลลาร์ฯ แตะระดับสูงสุดในรอบ 18 เดือน ขณะที่นำเข้าสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น 1.5% สู่ระดับ 2.350 แสนล้านดอลลาร์ฯ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค.2558 ด้านบริษัทจดทะเบียนของสหรัฐฯ มากกว่า 65% รายงานผลประกอบการในไตรมาส 4 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้  
  • ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศว่า จะไม่ยกเลิกคำสั่งห้ามชาวมุสลิมจาก 7 ประเทศเข้าสหรัฐฯ โดยยืนยันว่าจะต่อสู้ทางกระบวนการทางกฎหมายจนถึงที่สุด เพื่อรักษาความปลอดภัยในประเทศ โดยรัฐบาลจะต่อสู้ต่อไป ถ้าหากศาลอุทธรณ์ตัดสินให้รัฐบาลแพ้คดีนี้  
  • กระทรวงงบประมาณฝรั่งเศส เผยตัวเลขขาดดุลงบประมาณปี 2559 ลดลงสู่ระดับ 6.9 หมื่นล้านยูโร (7.36 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ) ต่ำกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นของรัฐบาลที่ระดับ 7.23 หมื่นล้านยูโร เป็นผลจากการจำกัดรายจ่ายของรัฐบาล โดยงบรายจ่ายอยู่ที่ระดับ 3.762 แสนล้านยูโร ลดลง 0.5% จากปี 2558 ส่วนรายได้ของรัฐบาลเพิ่มขึ้น 1.4% สู่ระดับ 3.04 แสนล้านยูโร จากการจัดเก็บภาษีที่เพิ่มมากขึ้น สำหรับในปีนี้ รัฐบาลตั้งเป้าที่จะลดการขาดดุลงบประมาณให้ต่ำกว่าระดับ 3% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่สหภาพยุโรปกำหนดไว้  
  • อิหร่าน ระบุว่า ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านปี 2558 ถือเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่ทำไวกับ 6 ชาติมหาอำนาจ ที่มีผลบังคับใช้เมื่อ ม.ค. 2559 โดยอิหร่านยินยอมที่จะลดโครงการนิวเคลียร์เพื่อแลกกับการยุติมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก ขณะที่สหรัฐฯ จะนำข้อตกลงนี้มาพิจารณาใหม่ จึงเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เนื่องจากไม่ใช่ข้อตกลงทวิภาคี
  • รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของญี่ปุ่นในปี 2559 พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 ปีที่ระดับ 1.8366 แสนล้านดอลลาร์ฯ ซึ่งเพิ่มขึ้น 25.8% YoY เนื่องจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบและเงินเยนที่แข็งค่านั้น ได้ฉุดราคานำเข้าปรับตัวลดลง ส่วนในเดือนธ.ค.2559 เพียงเดือนเดียว ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดทั้งสิ้น 1.11 ล้านล้านเยน ทำสถิติเกินดุลติดต่อกัน 30 เดือน

Banking Business
  • ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ระบบชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (อี-เพย์เม้นท์) ถือเป็นถนนก้าวสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่โลกยุค 4.0 ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับบริการพร้อมเพย์ที่เปิดมาได้ 1 สัปดาห์นั้น โดยภาพรวมของระบบถือว่าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่อาจจะมีปัญหาบ้างในบางจุด ซึ่งเกิดจากตัวบุคคลไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวระบบ ขณะที่ จำนวนคนใช้บริการพบว่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ ในวันที่ 1 มี.ค.ที่จะถึงนี้ จะขยายบริการพร้อมเพย์มายังภาคธุรกิจ คือ นิติบุคคลกับประชาชน โดยเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาในการโอนเงินเพราะความสามารถในการให้บริการพร้อมเพย์ยังมีเหลืออีกมาก
  • ไอทีเอ็มเอ็กซ์ (ITMX) หวังหน่วยงานรัฐติดตั้งเครื่องอ่านบัตร (EDC) ตามนโยบายภาครัฐ จำนวน 500,000 เครื่อง ได้ทั่วประเทศภายในปีนี้ และภายในเดือน ก.ย. นี้ สำหรับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อผลักดันให้เกิดการชำระเงินผ่านบัตรเดบิต "พร้อมการ์ด" มากขึ้น เนื่องจากภาครัฐสามารถกำหนดทิศทางนโยบายการใช้งานได้ เช่น การเปิดให้ประชาชนชำระค่าบริการ ผ่านบัตรเท่านั้น เมื่อติดต่อกับราชการ โดยทางไอทีเอ็มเอ็กซ์ พร้อมออกบัตรเดบิตพร้อมการ์ดทันที หากภาครัฐติดตั้งเครื่อง EDC แล้วเสร็จตามแผน
  • ธนาคารกสิกรไทย คาดภาพรวมแนวโน้มปริมาณหุ้นกู้เอกชนในตลาดแรกปีนี้ อาจชะลอลงจากช่วงปีที่ผ่านมา ประมาณ 20-25% มาอยู่ที่ 6 แสนล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่ 7.85 แสนล้านบาท ทั้งนี้ เป็นผลจากการลดลงของการออกตั๋วเงินระยะสั้น (B/E) และตราสารหนี้ที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Non-Rated) หลังกรณีการผิดนัดชำระหนี้ในช่วงที่ผ่านมา ด้านหุ้นกู้เอกชนในปีนี้ คาดว่า ธนาคารยังคงรักษาสัดส่วนการออกหุ้นกู้ในตลาดที่ 18-19% คิดเป็นมูลค่าราว 1-1.2 แสนล้านบาท
  • ธนาคารพาณิชย์ปรับระบบวัดผลงานพนักงานขายประกัน หวังลดปัญหาข้อร้องเรียนประเด็นการยัดเยียดขายประกันให้ลูกค้า โดยธนาคารไทยพาณิชย์ เปลี่ยนแปลงการประเมินผลงานของพนักงาน (KPI) ใหม่ เป็นวัดจากคะแนนหรือผลงานจากการขายประกันของพนักงานเพียง 50% ขณะที่อีก 50% เป็นการวัดคะแนนจากความพึงพอใจของผู้ซื้อประกัน จากเดิมที่วัดจากยอดขายประกัน เกือบเต็ม 100% ด้านธนาคารกรุงไทย ระบุว่า ธนาคารได้รับเรื่องร้องเรียนไม่มากนัก กรณีขายประกัน เนื่องจากธนาคารได้ปรับระบบ KPI ให้มี 2 ส่วน คือ 1) KPI ของสาขาในเชิงของเบี้ยประกันรับรวม และ 2) KPI ส่วนความพึงพอใจของลูกค้า ส่วนธนาคารทหารไทย ระบุว่า ได้วางแนวทางการปฏิบัติให้แก่พนักงานโดยต้องพิจารณาข้อมูลลูกค้าก่อนที่จะเสนอผลิตภัณฑ์เพื่อลดการแนะนำการขายประกัน

Hire Purchase Business
  • บมจ. ฐิติกร เผยปี 2563 จะเพิ่มสัดส่วนลูกหนี้เช่าซื้อที่มาจากต่างประเทศและในประเทศอยู่ที่ 50:50 จากปัจจุบันมีลูกหนี้เช่าซื้อจากต่างประเทศ คิดเป็นสัดส่วนเพียง 2% ซึ่งปี 2560 บริษัทมีแผนจะขยายสาขาในกัมพูชาเพิ่มอีก 3 สาขาจากปัจจุบันที่มีอยู่แล้ว 3 สาขา และเตรียมขยายสาขาเพิ่มในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในขณะเดียวกัน ยังได้มองโอกาสการลงทุนในอีกหลายประเทศในกลุ่มอาเซียน คาดว่าพอร์ตสินเชื่อจากต่างประเทศในปีนี้มีสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 5%
  • ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง มุ่งขยายตลาดในภาคเหนือต่อเนื่องจากปีก่อนที่เดินหน้าขยายตลาดครบทุกภาคของประเทศ โดยจะมีการเปิดสาขาเพิ่มอีก 3 - 4 สาขา จากปัจจุบันที่มีสาขากระจายใน 8 จังหวัดของภาคเหนือ โดยปีนี้บริษัทได้ตั้งเป้าหมายสินเชื่อเช่าซื้อจักรยานยนต์ใหม่ (มอเตอร์ไซค์) ในภาคเหนือไว้ที่ 230 ล้านบาท หรือเฉลี่ย วงเงิน 50,000-55,000 บาท/คัน และคาดว่าการขยายตลาดในภาคเหนือจะดันให้บริษัทสามารถไต่ขึ้นอันดับ 1 ในธุรกิจสินเชื่อจักรยานยนต์ใหม่ในปีนี้

สถาบันการเงินเฉพาะกิจ
  • คณะกรรมการ บสย. มีมติให้ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากภาวะอุทกภัยภาคใต้ในปี 2560 ด้วยการพักชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันเป็นเวลา 6 เดือน และขณะนี้ได้แจ้งมาตรการความช่วยเหลือดังกล่าวกับสถาบันการเงินพันธมิตรรับทราบแล้ว

Securities Business
  • ตลาดหลักทรัพย์ mai เตรียมลงพื้นที่ใน 4 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา สงขลา และอุบลราชธานี ตามโครงการค้นหาธุรกิจในภูมิภาคเพื่อเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ mai พร้อมจับมือกับ 5 หน่วยงาน ได้แก่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดทำแผนเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ได้ภายใน 3 ปี

Asset Management Business
  • มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) ระบุว่าช่วงเดือนม.ค. 2560 มีเงินไหลออกสุทธิในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ประมาณ 8,873.11 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 6 ปี เมื่อเทียบเดือน ม.ค.ของทุกปี นอกจากนี้ เงินไหลออก ยังสูงกว่าไตรมาส 1 ของ 3 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2557-2559 ซึ่งอาจเป็นผลจากการตัดสินใจขายเพื่อล็อกผลกำไร หลังตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ยอดเงินลงทุนกองทุน LTF ทั้งหมดที่มีสิทธิขายได้ในปี 2560 มีอยู่ประมาณ 2.14 แสนล้านบาท
  • บลจ.เอ็มเอฟซี เสนอขายกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล ยู เอส ทริกเกอร์ ซีรี่ส์ 1 (I-USS1) ตั้งแต่วันนี้ – 17 ก.พ. 2560 โดยกองทุนดังกล่าวมีนโยบายลงทุนหุ้นและตราสารหนี้ในประเทศสหรัฐฯ  ตั้งเป้าหมายสร้างผลตอบแทน 6% ภายใน 5 เดือน

Fintech
  • “มาสิ” หรือ “masii" เป็น Fintech ที่ให้บริการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ทางการเงินและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายและครอบคลุม ได้แก่ บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล ประกันภัยรถยนต์ ประกันภัยการเดินทาง แพ็กเกจมือถือ และบัตรโรงแรมต่างๆ โดยรวบรวมข้อเสนอจากสถาบันการเงินชั้นนำ อาทิ ธนชาต ไทยพาณิชย์ บัตรกรุงไทย ซีไอเอ็มบี และ ซิตี้แบงก์ รวมถึง บริษัทประกันภัยรถยนต์แถวหน้าของประเทศ กว่า 30 ราย ไว้ในเว็บเดียวกัน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและเป็นกลาง
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ธปท. อยู่ระหว่างการพิจารณาคำขอของธนาคารในการทำธุรกิจเวนเจอร์แคปิตอล ภายใต้ชื่อ บริษัทกรุงศรีฟินโนเวทฯ โดยมีนโยบายการดำเนินการไว้ใน 2 ด้าน 1.การสนับสนุนนักศึกษาที่มีศักยภาพ "กรุงศรี ยูนิ สตาร์ต อัพ Krungsri Uni Startup" เพื่อนำเสนอผลงานการพัฒนาแอปพลิเคชันทางการเงินและกลยุทธ์ทางการตลาด 2.การประสานความ ร่วมมือระหว่างกรุงศรีและธุรกิจฟินเทค "กรุงศรีไรส์ Krungsri Rise" ให้ความรู้สตาร์ตอัพผ่านแคมป์และนำธุรกิจฟินเทค ต่อยอดกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของธนาคารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น
  • ก.ล.ต. อยู่ระหว่างการหารือร่วมกันกับ ธปท. และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) เพื่อตั้งศูนย์ประสานงานกับธุรกิจฟินเทค เนื่องจากที่ผ่านมา ธุรกิจด้านฟินเทคจะมีปัญหาต้องติดต่อกับหลายหน่วยงาน ซึ่งทำให้เสียเวลา และยุ่งยาก จึงมีแผนจัดตั้งตัวกลางช่วยแก้ไขปัญหา และคาดว่าจะเกิดขึ้นได้ใน 2-3 เดือนนี้

Insurance Business
  • ทิพยประกันชีวิต ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวมปี 2560 อยู่ที่ระดับ 7,200 ล้านบาท หรือขยายตัว 20% จากปีก่อน แบ่งเป็นผ่านช่องทางตัวแทน 2,000 ล้านบาท และผ่านช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์อีกกว่า 5,000 กว่าล้านบาท ขณะเดียวกัน บริษัทยังวางแผนที่จะเปิดการขายประกันผ่านแบงก์แอสชัวรันส์อย่างเต็มรูปแบบ และมีการขายผลิตภัณฑ์ผ่านเฟซบุ๊ค ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินงาน ล่าสุด บริษัทได้ออกผลิตภัณฑ์ประกันประเภทออมทรัพย์ 6/10 มีเงินคืน เพื่อเสนอขายผ่านช่องทางธนาคารออมสิน ตั้งเป้าหมายเบี้ยรับจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าว 1,000 ล้านบาท
  • บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต ร่วมมือกับธนาคารกรุงเทพ พัฒนาอี-เช็ค หรือเช็คอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อจ่ายเงินผลประโยชน์ เงินปันผล และเงินครบกำหนดสัญญา วงเงินไม่เกิน 2 แสนบาท ให้กับลูกค้าโดยตรง คาดว่าใช้เวลาในการพัฒนา 3-4 เดือน จึงจะสามารถให้บริการได้
  • เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัวประกันรูปแบบใหม่ ได้แก่ “เมืองไทย ยูแอล 1 สินเพิ่มทรัพย์ และ สินทวีคูณในโครงการ Beyond Savings" ซึ่งเป็นประกันชีวิตแบบ ชำระเบี้ยครั้งเดียว แต่ให้ความคุ้มครองชีวิตสูง 130% ของเบี้ยประกันชีวิต ตลอด 10 ปี ของสัญญากรมธรรม์  โดยมีจุดเด่นเปิดโอกาสให้ผู้เอาประกันได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น ตามความเสี่ยงยอมรับได้จาก 2 ทางเลือก คือ การจัดสรรเงินลงทุน ในหุ้นไม่เกิน 10% สำหรับ "เมืองไทย ยูแอล 1 สินเพิ่มทรัพย์" และสำหรับลูกค้าที่รับความเสี่ยงได้สูงขึ้น จะจัดสรรเงินลงทุนหุ้นไม่เกิน 20% สำหรับ "เมืองไทย ยูแอล 1 สินทวีคูณ"

 อื่นๆ
  • อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก หรือ Local Economy ตามนโยบายของรัฐบาล ที่มีวงเงิน 20,000 ล้านบาท จะเริ่มปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ 1% ต่อปี ให้กับเอสเอ็มอีทั่วประเทศ นำไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจได้ในช่วงต้นเดือนเม.ย.นี้ ซึ่งตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อจังหวัดละ 200-300 ล้านบาท ให้กับเอสเอ็มอีที่ผ่านการคัดสรรมาแล้วจากทางจังหวัด จำนวนประมาณ 3,000-4,000 ราย ซึ่งจะได้สินเชื่อสูงสุดรายละไม่เกิน 40 ล้านบาท

วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

สรุปความเคลื่อนไหวแวดวงการเงินประจำวัน 6 Feb 2017

สรุปความเคลื่อนไหวแวดวงการเงินประจำวัน
ภาพรวม
• กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งที่ผ่านมา มีความเห็นแตกต่างจากร่างที่กระทรวงการคลังเสนอไปให้พิจารณา อย่างไรก็ตาม ในสาระสำคัญกระทรวงการคลังยังยืนยันตามร่างเดิม แต่บางรายละเอียดก็เห็นตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกาให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม ทั้งนี้ ร่างพ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวจะถูกนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบอีกครั้งให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้ส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา โดยไม่ว่าอย่างไรก็ตาม จะเริ่มใช้กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 1 ม.ค. 2561 อย่างแน่นอน
• ธปท. รายงานว่า ในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมาลงทุนในไทย (FDI) มีเพียง 282 ดอลลาร์ฯ หรือ 9,909 ล้านบาท ขณะที่ยอด FDI ทั้งปี 2559 มีมูลค่ารวม 3,286 ล้านดอลลาร์ฯ หรือ 1.15 แสนล้านบาท ลดลงมากกว่าครึ่ง หรือ 63% เมื่อเทียบกับปี 2558 โดยสาเหตุหลัก ๆ มาจากการนำเงินออกไปฝากในต่างประเทศของกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะไปฝากในฮ่องกง มาเก๊า และจีน และการออกไปลงทุนในต่างประเทศของภาคธุรกิจไทย
• ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจการเงินรายภาคในสิ้นปี 2559 พบว่า ภาวะการเงินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมียอดคงค้างสินเชื่อ 8.23 แสนล้านบาท มีอัตราการขยายตัวเพียง 1% ลดลงจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัวถึง 7.3% จากสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อครัวเรือน เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ยังคงระมัดระวังการให้กู้ เพราะกังวลปัญหาหนี้เสีย รวมทั้งหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง สำหรับภาวะการเงินในภาคเหนือ มีเงินให้สินเชื่อคงค้างที่ 5.85 แสนล้านบาท หดตัว 0.7% ดีขึ้นจากปี 2558 ที่ขยายตัวติดลบ 1.2% ด้านภาวะการเงินภาคใต้ มีสินเชื่อคงค้างที่ 6.89 แสนล้านบาท ขยายตัว 2.2% เทียบกับปีก่อนหน้า
• สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ประเมินอุตสาหกรรมที่น่าเป็นห่วงในช่วงไตรมาสแรกของปี 2560 คือ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่ย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศกัมพูชา ภายหลังมีการประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอัตราใหม่ประจำปี 2560 จาก 138 ดอลลาร์ฯ ต่อเดือน เป็น 153 ดอลลาร์ฯ ต่อเดือน ซึ่งอาจจะกระทบต่อผู้ประกอบการหลายราย เพราะขณะนี้เริ่มมีสัญญาณว่าอาจมีการปิดกิจการโรงงานผลิตเครื่องนุ่งห่มในกัมพูชาแล้ว ทั้งนี้ อาจต้องจับตาผู้ประกอบการที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชาภายหลังการปรับขึ้นค่าแรง โดยเฉพาะสิ่งทอที่หลายรายเป็นผู้ประกอบการเป็นชาวไทยว่า จะได้รับผลกระทบและมีผลต่อซัพพลายเชนของไทยหรือไม่ อย่างไรก็ดี ไทยก็ยังได้โอกาสจากสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) เพื่อส่งออกไปตลาดยุโรปและอเมริกา

เศรษฐกิจโลก
 • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารยกเลิกเนื้อหาหลายส่วนของกฎหมายปฏิรูปการเงินปี 2553 ที่เรียกว่ากฎหมายดอดด์-แฟรงค์ ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญ คือ การเพิ่มความเข้มงวดในการทำธุรกรรมทางการเงินในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การปล่อยสินเชื่อ การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ การลงทุนของสถาบันการเงิน และการทำธุรกรรมอนุพันธ์โดยเฉพาะอนุพันธ์ที่เป็นการซื้อขายนอกตลาด แต่กฎหมายฉบับนี้กลับถูกวิจารณ์ว่า ทำให้เกิดความล่าช้าเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ
• รัฐบาลเวียดนาม ประกาศโครงการนำร่องอนุญาตให้ชาวเวียดนามอายุไม่ต่ำกว่า 21 ปี วางเดิมพันการแข่งขันฟุตบอลรายการนานาชาติที่ฟีฟ่ายอมรับ รวมทั้งพนันแข่งม้าและแข่งสุนัขได้ หลังจากเมื่อเดือนก่อนรัฐบาลเคยประกาศอนุญาตให้ชาวเวียดนามเล่นการพนันที่กาสิโนในประเทศได้ตั้งแต่กลางเดือน มี.ค.เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม มีข้อกำหนดว่า เดิมพันฟุตบอลต้องไม่เกิน 1 ล้านด่อง (1,540 บาท) ต่อนัด และจะต้องเล่นกับเจ้ามือที่รัฐอนุญาตเท่านั้น โดยคาดหวังว่าการพนันถูกกฎหมายอาจทำให้รัฐบาลมีรายได้จากภาษีได้มากขึ้น
• ตลาดหุ้นจีน เตรียมปลดล็อคหุ้นล็อตใหญ่มูลค่า 5.2 หมื่นล้านหยวน หรือ 7.57 พันล้านดอลลาร์ฯ ให้สามารถซื้อขายได้ในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และเสิ่นเจิ้นในสัปดาห์นี้ ขณะที่ข้อมูลจากไชน่า ซิเคียวริตีส์ เจอร์นัล ระบุว่า มูลค่าหุ้นนั้นต่ำกว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ 6.23 หมื่นล้านหยวน ตามกฎเกณฑ์ตลาดจีน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของหุ้นที่ไม่สามารถซื้อขายได้จะต้องล็อคหุ้นของตนเองไว้ 1-2 ปี ก่อนที่จะได้รับการอนุมัติให้ซื้อขายในตลาดได้

Banking Business
• ธปท. ออกหนังสือเวียนเรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสำหรับบริษัทเงินทุน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2560 โดยกำหนดมาตรฐานการกำกับดูแลด้านเงินกองทุนโดยยึดตามหลักเกณฑ์ของธนาคารพาณิชย์ที่อ้างอิงบาเซิล3 รวมถึงการกำกับดูแลความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ด้านตลาด และด้านปฏิบัติการ คือ มีเงินกองทุนขั้นที่1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของไม่ต่ำกว่า 4.5% อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ไม่ต่ำกว่า 6% และอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า 8.5% รวมทั้งดำรงเงินกองทุนส่วนเพิ่มเพื่อรองรับผลขาดทุนใน ภาวะวิกฤติและเงินกองทุนส่วนเพิ่มเพื่อรองรับความเสี่ยงเชิงระบบ รวมทั้งต้องดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง (Liquidity Coverage Ratio หรือ LCR) ณ สิ้นวัน ไม่ต่ำกว่าประมาณการกระแสเงินสดไหลออกสุทธิใน 30 วัน ภายใต้สถานการณ์ด้านสภาพคล่องที่มีความรุนแรงตามที่ธปท.กำหนด
• นายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการ ผู้จัดการธนาคารกสิกรไทยเปิดเผยว่า หลังเริ่มระบบพร้อมเพย์อย่างเป็นทางการ พบการเคลื่อนย้ายเงินของลูกค้าระหว่างบัญชีพร้อมเพย์ของตัวเองวงเงินประมาณ 5-10 บาท คาดว่า เป็นช่วงเริ่มต้นที่ลูกค้าน่าจะทดลองโอน และหากติดใจคงจะเห็นลูกค้าทยอยใช้มากขึ้น และปริมาณธุรกรรมผ่านระบบพร้อมเพย์ก็จะมีวงเงินเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ในระยะต่อไป ทั้งนี้ แม้ปริมาณธุรกรรมจะมีมากขึ้นในอนาคต ก็จะไม่กระทบกับระบบโมบายแบงกิ้ง เพราะธนาคารมีโครงสร้างของระบบแยกกัน นอกจากนี้ ธนาคารพยายามปรับปรุงพัฒนาระบบไอทีในจุดที่สำคัญ เช่น การบันทึกข้อมูลและฐานข้อมูล เพื่อรองรับปริมาณธุรกรรมระบบโมบายแบงก์ เพื่อไม่ให้กระทบระบบอื่นๆ ด้านธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ธนาคารอยู่ระหว่างเตรียมพร้อมระบบพร้อมเพย์ที่ได้พัฒนาเพิ่มเติม ซึ่งจะเปิดบริการในเดือนมี.ค.นี้ โดยธนาคารได้จัดโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าที่เปิดบัญชีออมทรัพย์จัดให้และบัตรเดบิต ที่สมัครใช้พร้อมเพย์ กับธนาคาร สามารถโอนเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ฟรีไม่เสีย ค่าธรรมเนียมตลอดชีพ และจ่ายบิล 5 บัญชีต่อเดือน ทั้งนี้ ในปัจจุบัน มีลูกค้าที่มาลงทะเบียนใช้พร้อมเพย์แล้ว 9.5 แสนบัญชี ธนาคารตั้งเป้าหมายว่า ภายในสิ้นปี 2560 จะมีลูกค้ามาลงทะเบียนพร้อมเพย์ทั้งสิ้น 2 ล้านราย จากฐานบัญชีเงินฝาก 4.5 ล้านราย

 Retail Business
 • ธนาคารกรุงไทย ตั้งเป้ารุกสินเชื่อรายย่อยมากขึ้นในปีนี้ ทั้งสินเชื่อบ้านและสินเชื่อบุคคล จากปัจจุบันมีพอร์ตสินเชื่อรายย่อยรวม 8.1 แสนล้านบาท หลักๆ เป็นพอร์ตสินเชื่อบ้าน 3.8 แสนล้านบาท และพอร์ตสินเชื่อบุคคล 3 แสนล้านบาท ซึ่งพอร์ตสินเชื่อบุคคลถือว่าใหญ่สุดในระบบ แต่มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ต่ำไม่ถึง1% โดยเฉพาะหลังจากทำโลนแฟคตอริ่ง หรือทำระบบคัดกรองความเสี่ยงลูกค้าและการอนุมัติสินเชื่อทำได้รวดเร็วขึ้น ทำให้การปล่อยสินเชื่อมีความเสี่ยงต่ำมาก โดยระบบดังกล่าวเริ่มทำเมื่อเดือนก.ย. 2558 อย่างไรก็ดี แม้มั่นใจว่า จะคุมหนี้เสียให้อยู่ในระดับต่ำได้ แต่เพื่อเป็นการไม่ประมาทธนาคารก็จะขออนุมัติ คณะกรรมการเพิ่มสำรองหนี้เสีย จากปัจจุบันสำรอง 1 พันล้าน เป็น 1.2 พันล้าน/เดือน เพื่อให้ใกล้เคียงแบงก์ใหญ่ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ
• ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เตรียมวงเงิน 4.21 หมื่นล้านบาท จัดทำแพ็กเกจสินเชื่อทำให้คนไทยมีบ้านช่วงครึ่งแรกของปี 2560 ประกอบด้วย 1.สินเชื่อสำหรับกลุ่มลูกค้าสวัสดิการหน่วยงานของรัฐ วงเงิน 6 พันล้านบาท 2.สินเชื่อสำหรับกลุ่มลูกค้าสวัสดิการธุรกิจเอกชน วงเงิน 8 พันล้านบาท 3.สินเชื่อสำหรับกลุ่มลูกค้ากลุ่มลูกค้ารายย่อยทั่วไป วงเงิน 5 พันล้านบาท 4.กลุ่มลูกค้าโครงการจัดสรรที่เข้าร่วมโครงการ ประเภท Fast Track / Smart Fast Track / Regional Fast Track และ LTF กับธนาคาร วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท 5. โครงการสินเชื่อบ้าน ธอส. เพิ่มสุข ปี 2560 วงเงิน 2,000 ล้านบาท และ 6.สินเชื่อสำหรับกลุ่มลูกค้าโครงการ ธอส. โรงเรียนการเงิน วงเงิน 200 ล้านบาท โดยสามารถยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2560

Securities Business 
• ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ไทย (ตลท.) ตั้งเป้าในปี 2560 จะมีบริษัทไม่น้อยกว่า 20 บริษัท เข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) และมีมูลค่าหลักทรัพย์รวมประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยหัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลท. เปิดเผยว่า ขณะนี้มีจำนวน 40-50 บริษัท อยู่ในขั้นตอนเตรียมยื่นไฟลิ่ง ซึ่งกระจายอยู่แทบทุกอุตสาหกรรม โดยหลักๆ จะเป็นอุตสาหกรรมอาหาร และธุรกิจที่ไม่ใช่อาหาร เช่น ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และธุรกิจเหล็ก สำหรับภาพรวมเป้าหมายในปีนี้ ตลท. วางเป้าหมายจะมีจำนวนบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (ไอพีโอ) ทั้งตลาด SET และ mai รวมมูลค่าหลักทรัพย์ 280,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่มียอดไอพีโอ 190,000 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 250,000 ล้านบาท

 Asset Management Business
• บลจ.กสิกรไทย เตรียมเสนอขาย 2 กองทุนตราสารหนี้ ระหว่างวันที่ 7 – 10 ก.พ. 2560 ประกอบด้วยกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 3 เดือน AV (KFF3MAV) และ กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 เดือน CS (KFF6MCS) มีนโยบายลงทุนในเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ในต่างประเทศ อายุโครงการ 3 เดือน และ 6 เดือน คาดการณ์ผลตอบแทน 1.45% ต่อปี และ 1.55% ต่อปี ตามลำดับ Auto Business
• โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย แถลงสถิติการจำหน่ายรถยนต์ปี 2559 มียอดขายอยู่ที่ 768,788 คัน มีอัตราการเติบโตลดลง 3.9% โดยตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มียอดขายลดลง2.3% ตลาดรถยนต์นั่งมียอดขายลดลง 6.5% โดยโตโยต้ามียอดขาย 245,087 คัน ลดลง 7.9% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 87,271 คัน ลดลง 17.2% รถเพื่อการพาณิชย์ 157,816 คัน ลดลง 1.7% และรถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยอดขายรถเพื่อการพาณิชย์ 148,494 คัน ลดลง 1.7.% สำหรับแนวโน้มตลาดรถยนต์ปี 2560 คาดว่าแนวโน้มตลาดรถยนต์ในประเทศปี 2560 มีปัจจัยบวกเพิ่มขึ้นจากการครบกำหนด 5 ปี โครงการรถยนต์คันแรก รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐ และการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่จากหลายค่ายรถยนต์ ดังนั้นคาดว่าจะมียอดขายรวมอยู่ในระดับ 800,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 4.1%

Start Up/Fintech
• กสท. โทรคมนาคม ร่วมกับบริษัท เอสเค เทเลคอม ประเทศเกาหลีใต้ จัดตั้งบริษัทร่วมทุน บริษัท ทรี เพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อรองรับการให้บริการในธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม ธุรกิจ e-Commerce ธุรกิจดิจิทัล คอนเทนต์ และ ธุรกิจ e-Payment ด้วยทุนจดทะเบียนประมาณ 200 ล้านบาท ขณะเดียวกัน กสท. โทรคมนาคม ยังลงนามบันทึกข้อตกลงกับ เอสเค เทเลคอม เพื่อพัฒนาระบบโครงสร้างโทรคมนาคมและไอโอที ในจังหวัดภูเก็ต ภายใต้โครงการภูเก็ต สมาร์ท ซิตี้ ซึ่งจะพลิกโฉมจังหวัดภูเก็ต ให้กลายเป็นเมืองอัจฉริยะต้นแบบแห่งแรกในประเทศไทย อื่นๆ
 • โรงงานยาสูบ เปิดเผยว่า ร่าง พ.ร.บ. การยาสูบแห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว โดยสาระสำคัญจะกำหนดให้โรงงานยาสูบที่ปัจจุบันเป็นรัฐวิสาหกิจ มีสถานะเป็นนิติบุคคล ในชื่อการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ซึ่งจะทำให้โรงงานยาสูบมีความคล่องตัวนการทำธุรกิจมากขึ้น เช่น รับจ้างผลิตและบรรจุภัณฑ์จากต่างประเทศได้
 • บริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ โจนส์ แลง ลาซาลล์ (เจแอลแอล) ระบุตลาดที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯและปริมณฑลช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2557-2559 ) "หดตัวต่อเนื่อง" จากปัญหาเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาฯส่วนใหญ่ ไม่สามารถเปิดโครงการใหม่ได้ตามเป้าหมาย อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการอสังหาฯหลายรายต่างประเมินว่าจำนวนที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ปี 2560 จะกลับมาขยายตัวอีกครั้งในรอบ 3 ปี จากภาวะเศรษฐกิจน่าจะดีกว่าปี 2559 โดยคาดมูลค่าที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่อยู่ที่ 3.79 แสนล้านบาท ส่วนมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ คาดอยู่ที่ 3.55 แสนล้านบาท ขยายตัว 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน